Rated 4.98-stars across 4.8K+ reviews
Rated 4.98-stars across 3.9K+ reviews Rated 4.98-stars across 3.9K+ reviews Rated 4.98-stars across 3.9K+ reviews Rated 4.98-stars across 3.9K+ reviews Rated 4.98-stars across 3.9K+ reviews

Whole-Genome vs Whole-Exome Sequencing: ต่างกันอย่างไร และเลือกใช้แบบไหนดี

นพ. หลักเขต เหล่าประไพพรรณ profile image By
นพ. หลักเขต เหล่าประไพพรรณ
|
Aug 31, 2026
|
54
พันธุศาสตร์
งานวิจัย
whole-genome vs exome sequencing
Summary
whole-genome vs exome sequencing

WGS อ่านจีโนมเกือบทั้งหมด ส่วน WES เจาะเฉพาะส่วนที่ถอดรหัสเป็นโปรตีน (~1–2%) บทความนี้เทียบขอบเขต ต้นทุน ความลึก และแนวทางเลือกใช้แต่ละแบบ

สรุปประเด็นสำคัญใน 1 นาที

  • Whole-genome sequencing (WGS) อ่านลำดับดีเอ็นเอเกือบทั้งจีโนม (~3 พันล้านคู่เบส) ทั้งส่วนที่เป็นยีนและส่วนที่อยู่นอกยีน
  • Whole-exome sequencing (WES) เจาะเฉพาะ exome คือส่วนที่ถอดรหัสเป็นโปรตีน ซึ่งคิดเป็นเพียงราว 1–2% ของจีโนม แต่รวมความผิดปกติที่ก่อโรคที่รู้จักไว้เป็นสัดส่วนสูง
  • WES ถูกกว่าและวิเคราะห์ข้อมูลง่ายกว่า ส่วน WGS แพงกว่าแต่ครอบคลุมทั้ง intron, บริเวณควบคุมยีน และความแปรผันโครงสร้างได้ดีกว่า
  • การเลือกขึ้นกับ คำถามทางคลินิก งบประมาณ และชนิดของความแปรผัน ที่ต้องการค้นหา ไม่มีแบบใดดีกว่าแบบหนึ่งเสมอไป
  • ทั้งสองเป็นเครื่องมือค้นหา ไม่ใช่คำพิพากษา ผลควรตีความร่วมกับแพทย์หรือที่ปรึกษาพันธุศาสตร์เสมอ

สวัสดีครับ ผมในฐานะแพทย์ที่ทำงานกับข้อมูลพันธุกรรม มักถูกถามบ่อยว่า "ถ้าจะตรวจดีเอ็นเอให้ละเอียด ควรตรวจทั้งจีโนมไปเลยไหม หรือตรวจแค่บางส่วนก็พอ" คำถามนี้ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปครับ เพราะ whole-genome และ whole-exome sequencing ถูกออกแบบมาตอบโจทย์คนละแบบ ในบทความนี้ผมจะพาไปดูว่าแต่ละเทคนิคอ่านอะไรบ้าง ต้นทุนและความลึกต่างกันอย่างไร และเมื่อไรที่แบบหนึ่งเหมาะกว่าอีกแบบ

Exome คืออะไร และทำไม 1–2% ถึงสำคัญ

จีโนมมนุษย์มีราว 3 พันล้านคู่เบส แต่ส่วนที่ถูก "ถอดรหัสเป็นโปรตีน" จริง ๆ คือ exon ที่มารวมกันเรียกว่า exome ซึ่งกินพื้นที่เพียงประมาณ 1–2% ของจีโนมทั้งหมด ที่เหลือเป็น intron และบริเวณระหว่างยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมหรือยังไม่ทราบหน้าที่แน่ชัด

เหตุผลที่ exome สำคัญเกินสัดส่วนพื้นที่ คือความแปรผันที่ก่อโรคทางพันธุกรรมชนิดเมนเดเลียนที่เรารู้จักในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ตกอยู่ในบริเวณที่ถอดรหัสเป็นโปรตีน ดังนั้นการอ่านเฉพาะ exome จึงจับ variant ที่ตีความได้ทางคลินิกไว้ได้เป็นสัดส่วนสูง โดยใช้ข้อมูลน้อยกว่ามาก

WGS กับ WES อ่าน "อะไร" ต่างกัน

ความต่างหลักอยู่ที่ขอบเขตของสิ่งที่ถูกอ่าน

  • WES ใช้ขั้นตอน "capture" ดึงเฉพาะบริเวณ exon ออกมาอ่าน จึงเห็นความแปรผันในยีนที่ถอดรหัสเป็นโปรตีนได้ดี แต่มองไม่เห็น (หรือเห็นไม่ครบ) บริเวณ intron ลึก ๆ บริเวณควบคุมยีน และมักตรวจจับความแปรผันโครงสร้างขนาดใหญ่ได้ไม่ดีเท่า
  • WGS อ่านทั้งจีโนมแบบไม่เจาะจงบริเวณ จึงครอบคลุมทั้ง exon, intron, บริเวณควบคุม และตรวจจับ copy-number variants และ structural variants ได้ดีกว่า อีกทั้งการกระจายของ read มักสม่ำเสมอกว่าเพราะไม่มีอคติจากขั้นตอน capture

พูดง่าย ๆ คือ WES เหมือนอ่านเฉพาะ "บทสำคัญ" ของหนังสือ ส่วน WGS อ่านทั้งเล่มรวมทั้งเชิงอรรถและช่องว่างระหว่างบท

ต้นทุน ความลึกของการอ่าน และปริมาณข้อมูล

เรื่องต้นทุนกับ coverage เป็นสิ่งที่มักเข้าใจสลับกัน ผมขอแยกให้ชัดครับ

  • ต้นทุนต่อการตรวจ: WES ถูกกว่าเพราะอ่านข้อมูลน้อยกว่ามาก แม้ราคา WGS จะลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่โดยทั่วไปยังแพงกว่า WES ต่อหนึ่งตัวอย่าง
  • ความลึก (depth/coverage): เพราะ WES โฟกัสพื้นที่แคบ จึงมักอ่านบริเวณ exon ได้ที่ความลึกสูง (เช่น 100x ขึ้นไป) ในต้นทุนที่จับต้องได้ ขณะที่ WGS มักอ่านที่ความลึกปานกลางทั่วทั้งจีโนม (เช่น ราว 30x) ความลึกที่สูงช่วยยืนยัน variant และตรวจจับ mosaic ได้ดีขึ้น
  • ปริมาณข้อมูลและการวิเคราะห์: WGS สร้างข้อมูลมหาศาลกว่าหลายเท่า ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บ กำลังประมวลผล และเวลาวิเคราะห์มากกว่า การตีความ variant นอกบริเวณ coding ก็ยังท้าทายกว่าเพราะฐานความรู้ยังจำกัด

เมื่อไรควรใช้แบบไหน

ในทางปฏิบัติ การเลือกขึ้นกับคำถามที่ต้องการตอบครับ

  1. สงสัยโรคทางพันธุกรรมเมนเดเลียนที่มีสาเหตุในยีน coding: WES มักเป็นตัวเลือกแรกที่คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่องบจำกัดหรือเน้นยีนก่อโรคที่รู้จัก
  2. ผล WES เป็นลบแต่ยังสงสัยสูง หรือคาดว่าสาเหตุอยู่นอกบริเวณ coding / เป็นความแปรผันโครงสร้าง: WGS ช่วยเก็บสิ่งที่ WES มองข้าม เช่น variant ใน intron ลึกหรือบริเวณควบคุม และ structural variants
  3. งานวิจัยประชากรและการค้นหาความสัมพันธ์ใหม่: WGS ให้ภาพครบถ้วนของความแปรผัน เหมาะกับการศึกษาที่ยังไม่รู้ว่าคำตอบซ่อนอยู่ตรงไหน รวมถึงการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมในแต่ละภูมิภาค เช่นที่เราสนใจในพันธุกรรมของคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อนึ่ง การตรวจเชิงสืบเชื้อสายหรือ direct-to-consumer หลายแบบใช้เทคโนโลยีคนละกลุ่ม (เช่น SNP genotyping array) ซึ่งอ่านเฉพาะตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่การอ่านลำดับทั้ง exome หรือทั้งจีโนม หากสนใจเรื่องนี้ ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความการวิเคราะห์ดีเอ็นเอเชิงบรรพบุรุษ

ข้อจำกัดที่ควรเข้าใจก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่วิทยาศาสตร์ยัง "ไม่ได้บอก" เป็นเรื่องที่ผมอยากเน้นครับ

  • ทั้ง WGS และ WES ไม่ได้อ่านจีโนมได้ 100% ยังมีบริเวณที่อ่านยาก เช่น บริเวณที่มีลำดับซ้ำสูงหรือ GC สูง ที่เทคโนโลยี short-read ปัจจุบันครอบคลุมได้ไม่สมบูรณ์
  • การพบ variant ไม่เท่ากับการรู้ความหมายเสมอไป หลาย variant ยังถูกจัดเป็น variant of uncertain significance (VUS) ที่ยังตีความไม่ได้ชัด
  • ผลตรวจเป็นเพียงข้อมูลหนึ่งชิ้น ไม่ใช่คำพิพากษาชะตาชีวิต การมี variant เสี่ยงมักหมายถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยและปรับเปลี่ยนได้ด้วยปัจจัยแวดล้อม ไม่ใช่ว่าจะเกิดโรคแน่นอน
  • การตัดสินใจตรวจและการตีความผล ควรทำร่วมกับแพทย์หรือที่ปรึกษาทางพันธุศาสตร์ เพื่อเลือกเครื่องมือให้ตรงกับคำถามและแปลผลอย่างเหมาะสม

1. WES กับ WGS ต่างกันหลัก ๆ ตรงไหน

WES อ่านเฉพาะ exome คือส่วนที่ถอดรหัสเป็นโปรตีน ราว 1–2% ของจีโนม ส่วน WGS อ่านเกือบทั้งจีโนมรวมทั้ง intron และบริเวณควบคุมยีน WGS จึงครอบคลุมกว่าและตรวจจับความแปรผันโครงสร้างได้ดีกว่า แต่มีต้นทุนและปริมาณข้อมูลสูงกว่า

2. ถ้าจะตรวจหาโรคทางพันธุกรรม ควรเริ่มด้วยแบบไหน

หลายกรณีที่สงสัยโรคเมนเดลียนที่มีสาเหตุในยีน coding มักเริ่มด้วย WES เพราะคุ้มค่าและจับ variant ก่อโรคที่รู้จักได้ในสัดส่วนสูง หากผลเป็นลบแต่ยังสงสัยสูง หรือคาดว่าสาเหตุอยู่นอกบริเวณ coding แพทย์อาจพิจารณา WGS ต่อ ทั้งนี้ควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือที่ปรึกษาพันธุศาสตร์

3. WGS แพงกว่าเสมอไปหรือไม่

โดยทั่วไป WGS ยังมีต้นทุนต่อตัวอย่างสูงกว่า WES แม้ราคาจะลดลงต่อเนื่อง นอกจากค่าตรวจแล้ว WGS ยังต้องใช้พื้นที่จัดเก็บและกำลังประมวลผลในการวิเคราะห์มากกว่าด้วย จึงควรพิจารณาต้นทุนรวมไม่ใช่แค่ค่าตรวจ

4. ตรวจ WGS แล้วจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสุขภาพเลยไหม

ไม่ครับ WGS อ่านลำดับได้กว้างก็จริง แต่ยังมีบริเวณที่อ่านยาก และ variant จำนวนมากยังตีความไม่ได้ชัด (VUS) การมี variant เสี่ยงมักหมายถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและปรับเปลี่ยนได้ ไม่ใช่คำพิพากษา ควรแปลผลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเสมอ

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. National Human Genome Research Institute. Whole Exome Sequencing / Whole Genome Sequencing. genome.gov
  2. MedlinePlus (NIH). What are whole exome sequencing and whole genome sequencing?. medlineplus.gov
  3. Belkadi A, et al. Whole-genome sequencing is more powerful than whole-exome sequencing for detecting exome variants. PNAS. 2015. pnas.org
  4. Richards S, et al. Standards and guidelines for the interpretation of sequence variants (ACMG/AMP). Genetics in Medicine. 2015. ncbi.nlm.nih.gov
เรียบเรียงโดย นพ. หลักเขต เหล่าประไพพรรณ
chat line chat facebook