ขี้หูเปียกหรือแห้ง ไม่ได้บอกแค่ว่าคุณดูแลหูดีแค่ไหน แต่มันมาจากยีน ABCC11 ตัวเดียวกันที่กำหนดกลิ่นตัวของคุณ และเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเอเชียตะวันออกส่วนใหญ่ถึงมีขี้หูแห้ง
สวัสดีค่ะ ชาว GeneusDNA! วันนี้เรามีเรื่องเล็ก ๆ แต่สนุกมากมาเล่า เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนแคะหูแล้วเจอขี้หูแบบเปียก ๆ เหนียว ๆ สีน้ำตาล ในขณะที่บางคนเจอแบบแห้ง ๆ ร่วน ๆ คล้ายเกล็ด คำตอบไม่ได้อยู่ที่การดูแลตัวเองเลยค่ะ แต่อยู่ในดีเอ็นเอของคุณตั้งแต่เกิด และที่เจ๋งกว่านั้นคือ ยีนตัวเดียวกันนี้ยังกระซิบบอกเรื่อง "กลิ่นตัว" ของคุณได้อีกด้วย มาทำความรู้จักกับ ABCC11 ยีนที่นักพันธุศาสตร์ชอบยกเป็นตัวอย่างคลาสสิกกันค่ะ
ABCC11 เป็นยีนที่สร้างโปรตีนตัวขนส่ง (transporter) ทำหน้าที่ "ปั๊ม" สารบางอย่างออกจากเซลล์ โดยเฉพาะในต่อมที่สร้างขี้หูและต่อมเหงื่อชนิดอะโพไครน์ (apocrine) ที่อยู่ใต้วงแขน จุดชี้ขาดอยู่ที่ตำแหน่งเดียวบนยีนนี้ที่เรียกว่า SNP รหัส rs17822931 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนตัวอักษรพันธุกรรมจาก G เป็น A เพียงตำแหน่งเดียว แต่ให้ผลชัดเจนมาก
เราได้ยีนมาจากพ่อหนึ่งชุดและแม่หนึ่งชุด ผลลัพธ์จึงมีได้ 3 แบบ
สิ่งที่ทำให้ ABCC11 พิเศษคือ มันเป็นหนึ่งในไม่กี่ลักษณะของมนุษย์ที่ถ่ายทอดแบบ "ยีนเดียวเห็นผล" (Mendelian) ได้ชัดเจน ต่างจากลักษณะส่วนใหญ่อย่างส่วนสูงหรือสีผิวที่ควบคุมโดยยีนหลายร้อยตัวรวมกันค่ะ
ฟังดูไม่น่าเกี่ยวกันเลยใช่ไหมคะ แต่ความลับอยู่ที่ต่อมเหงื่ออะโพไครน์ใต้วงแขน ต่อมนี้เองที่หลั่ง "สารตั้งต้นของกลิ่น" ออกมา โดยตัวสารเหล่านี้จริง ๆ แล้ว ไม่มีกลิ่น จนกว่าแบคทีเรียบนผิวหนังจะมาย่อยสลายมันให้กลายเป็นโมเลกุลที่ส่งกลิ่นแรง
โปรตีน ABCC11 คือตัวที่คอยปั๊มสารตั้งต้นของกลิ่นเหล่านี้ออกมา ดังนั้นในคนจีโนไทป์ AA ที่ตัวขนส่งแทบไม่ทำงาน สารตั้งต้นจึงถูกส่งออกมาน้อย แบคทีเรียเลยมี "วัตถุดิบ" ให้ทำงานน้อยตาม กลิ่นตัวจึงเบากว่า พูดง่าย ๆ คือ ขี้หูแห้งกับกลิ่นตัวน้อยมาจากสวิตช์พันธุกรรมตัวเดียวกัน จึงมักไปด้วยกันค่ะ นี่ยังเป็นเหตุผลว่าทำไมผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายจึงได้รับความนิยมต่างกันมากในแต่ละภูมิภาคของโลก
นี่คือส่วนที่น่าทึ่งในเชิงพันธุศาสตร์ประชากรค่ะ ความถี่ของยีนแบบ "แห้ง" (allele A) แตกต่างกันมากทั่วโลก
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการที่ยีนแบบแห้งพบมากในเอเชียตะวันออก น่าจะเกิดจากการที่ variant นี้เกิดขึ้นแล้วแพร่กระจายในบรรพบุรุษของภูมิภาคนี้ ประกอบกับอาจมีแรงคัดเลือกทางธรรมชาติบางอย่างเข้ามาเกี่ยว แม้เหตุผลที่แน่ชัดว่า "ทำไม" ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ก็ตาม สิ่งที่แน่นอนคือ ABCC11 กลายเป็นหนึ่งใน "เครื่องหมายพันธุกรรม" ที่ใช้ศึกษาการอพยพและความหลากหลายของประชากรมนุษย์ได้ดีทีเดียว
อยากรู้ว่ายีนเล็ก ๆ ยังกำหนดลักษณะสนุก ๆ อะไรของเราได้อีกบ้าง ลองอ่านต่อได้ที่บทความ ลักษณะทางพันธุกรรมที่น่าประหลาดใจ และถ้าใครเคยสงสัยว่าทำไมบางคนกินผักชีแล้วรู้สึกเหมือนสบู่ ลองดูเรื่อง ยีนรับรสผักชี ค่ะ
เพื่อความแฟร์ เรามาเคลียร์เรื่องที่มักเข้าใจผิดกันค่ะ
1. ขี้หูแห้งแปลว่าฉันไม่มีกลิ่นตัวเลยใช่ไหม
ไม่เชิงค่ะ คนที่มีจีโนไทป์ AA (ขี้หูแห้ง) มักมีแนวโน้มกลิ่นตัวเบากว่า เพราะร่างกายหลั่งสารตั้งต้นของกลิ่นออกมาน้อย แต่กลิ่นตัวยังขึ้นกับแบคทีเรียบนผิว อาหาร และสุขอนามัยด้วย การอาบน้ำและดูแลตัวเองจึงยังจำเป็นสำหรับทุกคน
2. ยีน ABCC11 กำหนดขี้หูได้อย่างไร
ABCC11 สร้างโปรตีนตัวขนส่งที่ปั๊มสารออกจากเซลล์ในต่อมสร้างขี้หูและต่อมเหงื่อ ความต่างเพียงจุดเดียวในดีเอ็นเอ (SNP rs17822931) ตัดสินว่าตัวขนส่งจะทำงานหรือไม่ ถ้าได้ยีนแบบ A จากทั้งพ่อและแม่ (AA) ตัวขนส่งแทบไม่ทำงาน ทำให้ขี้หูแห้ง ส่วนคนที่มี G อย่างน้อยหนึ่งตัวจะมีขี้หูเปียก
3. ทำไมคนเอเชียตะวันออกส่วนใหญ่ถึงมีขี้หูแห้ง
เพราะความถี่ของยีนแบบแห้ง (allele A) สูงมากในประชากรเอเชียตะวันออก อย่างจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ขณะที่พบน้อยในยุโรปและแอฟริกา คนไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ตรงกลาง คือมีทั้งขี้หูแห้งและเปียกปะปนกัน สาเหตุที่แน่ชัดยังเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ศึกษากันอยู่
4. ขี้หูเปียกหรือแห้ง แบบไหนดีกว่ากัน
ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันค่ะ ทั้งสองแบบเป็นเรื่องปกติและเป็นความหลากหลายตามธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่โรคหรือความผิดปกติ เป็นเพียงลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันเท่านั้น